Baaball วิเคราะห์บอลคืนนี้-วันนี้ ทีเด็ดบอลเต็ง ตารางบอล ผลบอลสด

หมวดหมู่ทั่วไป => คอลัมน์ฟุตบอล => ข้อความที่เริ่มโดย: admin ที่ 02/กรกฎาคม/2018 12:23

หัวข้อ: จากเด็กที่ไม่มีใครคาดหวัง สู่แกนหลักทีมชาติ "เจสซี่ ลินการ์ด"
เริ่มหัวข้อโดย: admin ที่ 02/กรกฎาคม/2018 12:23
ฮีโร่ทีมชาติอังกฤษ เจ้าของเสื้อเบอร์ 7 ณ เวลานี้ เขามีชื่อว่า เจสซี่ ลินการ์ด

(https://www.picz.in.th/images/2018/07/02/NNtveV.md.jpg)

ทุกคนคงเห็นผลงานของเขา ในเกมที่เจอปานามา ยิงไกลสุดสวย 25 หลา เข้าประตูไปอย่างเพอร์เฟ็กต์สุดๆ มันแสดงให้เห็นพัฒนาการของเขา

จริงๆ การที่ลินการ์ด กลายมาเป็นความหวังของทีมชาติได้แบบนี้ ส่วนหนึ่งต้องชมระบบเยาวชนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะทีมปีศาจแดง มีจุดยืนคือการปั้นเยาวชนให้ขึ้นมาประดับวงการ


----------------------

รู้หรือไม่ ว่าวัฒนธรรมการใช้เด็กปั้นของ แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อ 30 ตุลาคม 1937 จนถึงทุกวันนี้ก็เป็นเวลากว่า 80 ปีเข้าให้แล้ว พวกเขาต้องมีนักเตะจากระบบเยาวชนติดทีมชุดใหญ่เสมอ

(https://www.picz.in.th/images/2018/07/02/NNtJ3Q.md.jpg)

สำหรับปีศาจแดง การปั้นเยาวชน มันเป็นธรรมเนียม เป็นสิ่งที่ไม่ว่าโค้ชคนไหนก็ต้องทำ ซึ่งผู้บริหารสโมสรก็ช่วยเหลือ กระตุ้นทุกทาง ให้ทีมมีนักเตะดาวรุ่งเก่งๆแจ้งเกิดให้ได้

มีการเปิดเผยว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอารูปของ ลิโอเนล เมสซี่ ที่กำลังเช็ดรองเท้าตัวเองเข้าไปประดับไว้ในห้องแต่งตัวทีมเยาวชน เพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้บรรดาแข้งรุ่นใหม่ผลักดันตัวเอง และชี้ให้เห็นว่า กว่าจะเป็นซูเปอร์สตาร์ลูกหนังอย่างในตอนนี้ ต้องผ่านเส้นทางอะไรมาบ้าง และต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายแค่ไหน

สำหรับทีมปีศาจแดงในซีซั่นที่ผ่านมา ถ้าไม่นับดาบิด เด เกอา ที่เด่นที่สุดอยู่แล้ว ก็จะเป็น เจสซี่ ลินการ์ด นั่นแหละที่ถูกพูดถึงกันเยอะ เขาพัฒนาขึ้นจนได้รับการยอมรับจากทุกคนที่เกี่ยวข้อง


----------------------

โทนี่ วีแลน ที่ปรึกษาอะคาเดมี่ปีศาจแดงเล่าเรื่องราวของ เจสซี่ ลินการ์ด จาก ''เด็กน้อยจาก วอร์ริงตัน'' สู่การเป็นตัวแทนแห่งความสำเร็จของโรงเรียนลูกหนัง ''ปีศาจแดง''

''ผมมาที่แมนเชสเตอร์ในปี 1990 ไบรอัน คิดด์ เป็นคนพาผมเข้ามารับงานโค้ชพาร์ตไทม์ จากนั้นผมก็ขยับไปรับงานเต็มเวลากับอะคาเดมี่ในปี 1998 ผมจึงได้เป็นสักขีพยานในเส้นทางค้าแข้งของนักเตะหลายๆ คน ดาวรุ่งรายนี้คืออัญมณีที่รอการเจียระไน''

''ไม่ใช่แค่ในฐานะนักเตะคนนึง แต่หมายถึงในฐานะมนุษย์คนนึงด้วย ผมโชคดีที่ได้มีโอกาสเป็นโค้ชให้กับเขา เขามีลีลาการเล่นที่สวยงาม บางทีก็ดูเป็นเด็กซุกซน และดูมีความสุขตลอดเวลา เจสซี่ ผ่านการเดินทางมามาก เหมือนกับนักเตะคนอื่นๆ แต่เส้นทางของเขาค่อนข้างไม่เหมือนใคร''

''เจสซี่ มาอยู่กับเราในยุคของ ไมค์ เกล็นนี่ ซึ่งตอนนี้รีไทร์ไปแล้ว เขาผ่านงานกับศูนย์พัฒนาสู่อะคาเดมี่ และพาตัวเองผ่านทีมเยาวชนทุกชุดตั้งแต่ ยู-16 เขาได้รับทุนจากสโมสร ได้มาทำงานแบบเต็มเวลา และได้ทุน Manchester United Schoolboy Scholarship หรือ ''MANUSS'' ในช่วงท้ายของการทำงานกับทีม ยู-14''

''ช่วงฤดูกาล 2007/08 เขาคือหนึ่งในนักเตะคนแรกๆ ที่เข้าร่วมงานกับโปรแกรมใหม่ของเรา เขาเป็นเหมือนผู้บุกเบิก เขาต้องเสียสละตัวเองอย่างมาก วอร์ริงตันอยู่ไม่ไกล แต่เขาก็ต้องจากบ้านเพื่อมาฝังตัวที่นี่ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียวสำหรับดาวรุ่ง''

"แต่แม้จะได้ทุนจากสโมสร ก็ไม่ใช่ว่านักเตะทุกคนจะได้รับโอกาส''

''ชื่อของ เจสซี่ ถูกพูดถึงเยอะทีเดียว ในทางที่ไม่ดี เพราะเขาตัวเล็กและบอบบาง เขาอาจไม่สามารถรับมือกับการซ้อมได้ แต่เจสซี่ทำให้เราอยากเซ็นสัญญากับเขา ทัศนคติ และบุคลิก ของเขาทำให้มันเกิดขึ้น ต้องให้เครดิตกับ ไบรอัน แม็คแคลร์ ที่เป็นคนสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่''


----------------------

หลังจากนั้น ลินการ์ด ก็ต้องใช้ความอดทนอยู่พอสมควรกว่าจะได้ขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ เพราะต้องรอโอกาส บางครั้งอาการบาดเจ็บก็ไม่อนุญาต

(https://www.picz.in.th/images/2018/07/02/NNtean.md.jpg)

''เขาผ่านงานกับหลายชุด ตอนที่เขาเล่นให้ ยู-16 เขาก็ยังเล่นทีม ยู-15 ด้วย แม้กระทั่งตอนที่เขาได้ทำงานกับเราแบบเต็มเวลา เขาก็ยังเล่นให้ทีม ยู-16 มีช่องว่างระหว่างวัยค่อนข้างเยอะระหว่างตัวเขากับนักเตะรุ่นแก่ขึ้นไป ในบางเกมเขาจึงไม่ได้ลงเล่น ซึ่งเป็นเพราะเขาตัวเล็กเกินไป เขาเข้าใจเรื่องนี้ดี ข้อดีของ เจสซี่ คือการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ และเขาก็ทำมันได้ดีเสียด้วย''

''เราจำเป็นต้องจัดการเขาให้ดี ว่าเกมไหนควรส่งลงเล่น เกมไหนควรเป็นตัวจริง เกมไหนควรเป็นสำรอง เกมไหนควรต้องถอดออก แต่เขาก็รับมือกับมันได้ทั้งหมด มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เขาก็สามารถทำได้ เขามีความอดทน ชาญฉลาด และเชื่อในมั่นในคำสั่งของสตาฟฟ์ เขารู้ว่าการตัดสินใจเหล่านั้นคือทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว เราจึงสามารถเก็บเขาเอาไว้ และเชื่อว่าเขาจะเติบใหญ่ในสักวัน''

''เขาผ่านเรื่องราวมาหลากหลาย เช่นเดียวกับการย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับหลายๆ ทีม ไปร่วมทัวร์ปรี-ซีซั่น จากนั้นก็ได้ประเดิมสนาม แล้วเขาก็บาดเจ็บ และหายหน้าไป 4 เดือน''

''ระหว่างการฟื้นฟู ผมเห็น เจสซี่ โขยกตัวมาที่สนามซ้อมอยู่หลายครั้ง แม้รู้ว่าตัวเองลงสนามไม่ได้ ซ้อมไม่ได้ แต่เขาก็อยากเล่นฟุตบอล''

''เขาเป็นคนแอ็กทีฟมากๆ มันเจ็บปวดนะที่ต้องเห็นเขาตกอยู่ในสภาพแบบนั้น ผมช่วยอะไรไม่ได้ มากสุดทำได้แค่เฝ้าดูเขา การเห็นนักเตะอย่างเขาต้องอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นมันยากจะรับไหวจริงๆ''

''จำได้ว่าครั้งนึงผมไปงานที่ เซนต์ จอร์จ พาร์ค ระหว่างที่ เจสซี่ กำลังฟื้นฟูร่างกาย ผมได้เจอกับ แกเร็ธ เซาธ์เกต ซึ่งตอนนั้นเป็นโค้ชให้กับทีม ยู-21 เราได้คุยกันถึง เจสซี่ ซึ่งเล่นอยู่กับทีมของเขา แกเร็ธ ทราบดีว่าเขาเป็นยังไง ผมบอกเขาว่า ผมได้เจอเขา 2-3 ครั้งระหว่างที่ยังรักษาตัว ซึ่งเขาเศร้าใจไม่น้อย หลังจากนั้น แกเร็ธ โทร.ไปหาเขา ให้กำลังใจเขา และตอนนี้ เจสซี่ คือตัวหลักของ เซาธ์เกต ในทีมชุดชาติใหญ่''

''มันคือเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ ความแข็งแกร่ง และแคแรกเตอร์ของเขา ซึ่งนั่นทำให้เขาได้ติดทีมชาติอังกฤษ การเอาชนะข้อจำกัดทางด้านร่างกาย การใช้ความอดทนรอจนตัวเองหายเจ็บกลับมา ก่อนจะกลับมายึดตำแหน่งในทีม มันแสดงให้เห็นว่าตัวเขามีคุณภาพแค่ไหน'

''เจสซี่ เป็นนักเตะที่เทคนิคดี มีสมรรถนะของนักกีฬา และชาญฉลาด ผู้คนทั่วไปมองว่า การจะเป็นนักฟุตบอลได้ต้องมีพรสวรรค์เต็มเปี่ยม แต่เท่านั้นมันยังไม่เพียงพอ คุณต้องมีแคแรกเตอร์ที่ยอดเยี่ยมด้วย คุณต้องพร้อมรับมือความผิดหวัง และอะไรอีกหลายอย่าง ซึ่งเขาผ่านเรื่องราวเหล่านี้มาแทบจะหมดทุกอย่างแล้ว''


----------------------

ในที่สุดวันที่เขาเฝ้ารอคอยก็มาถึง

(https://www.picz.in.th/images/2018/07/02/NNtLbS.md.jpg)

จากเด็กน้อยไร้เดียงสา เขากลายเป็นฮีโร่ยิงประตูชัยช่วย แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ที่เวมบลีย์ เมื่อ 2 ปีก่อน

''สำหรับ เจสซี่ ทุกอย่างมันผลิดอกออกผลในนัดชิงฯ เอฟเอ คัพ 2016 การเป็นเด็กหนุ่มสักคนแล้วได้ยิงประตูสำคัญๆ แบบนั้น ช่างเป็นความรู้สึกที่วิเศษเสียจริงๆ''

''ประตูที่เขาทำได้มันยอดเยี่ยม เราได้เห็นการเติบโตของเขามาโดยตลอด และในนัดชิงฯ นั้น เขาได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพขั้นสูงสุด ประตูนั้นมันสุดดราม่า เด็กจากวอร์ริงตันทำให้เราเป็นแชมป์ ผมคิดในใจ -เด็กคนนี้รู้จักผม และผมก็รู้จักเด็กคนนี้- นั่นคือบางส่วนของเส้นทางชีวิตอันสุดยอดของเขา ซึ่งมีอีกหลายๆ คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย''

''การได้แชมป์เป็นสิ่งสำคัญ แต่สำหรับอีกหลายๆ คนที่สโมสร มีบางอย่างสำคัญกว่า ประตูชัยของ เจสซี่ ทำให้คนอะคาเดมี่ของเราภาคภูมิใจ มันทำให้เรารู้สึกแบบเดียวกัน เพราะเรารู้ว่าที่ผ่านมาเขาต้องเสียสละอะไรมาบ้าง'' วีแลนยืนยัน


----------------------

นอกจากตัวเองจะประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจแล้ว ลินการ์ด ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับแข้งรุ่นน้องคนอื่นๆ อีกด้วย

(https://www.picz.in.th/images/2018/07/02/NNty4g.md.jpg)

''เราหวังว่า เจสซี่จะเป็นตัวอย่างที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเตะคนอื่นๆ ในอะคาเดมี่"

"เราสามารถชี้ให้พวกเขาเห็นตัวอย่างของนักเตะที่ประสบความสำเร็จหลังการรอคอยอันแสนยาวนาน เขาพยายามอย่างมาก เพราะเป้าหมายของเขาคือการเป็นนักเตะอาชีพ"

"เขาต้องยอมเสียสละ บางคนไม่พร้อมที่จะทำแบบนี้ แต่ไม่ใช่กับ เจสซี่ ที่เตรียมตัวพร้อมเสมอสำหรับการทำงานแบบนี้ ผมไม่เคยสงสัยตัวเขาเรื่องนี้เลย''

จากเด็กฝึกหัดที่เกือบจะไม่ได้สัญญากับสโมสร เจสซี่ ลินการ์ดวันนี้ เป็นตัวจริงของปีศาจแดง และกำลังเป็นฮีโร่ของทีมชาติอังกฤษในตอนนี้

บอกได้คำเดียว สุดยอดจริงๆ!